Archive | ผลไม้ไทย RSS feed for this section

ประโยชน์ของผลไม้ไทย

18 Dec

ประโยชน์ของผลไม้ไทย


กล้วย
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
กล้วยทุกชนิดดีต่อสุขภาพ แต่กล้วยไข่ดีเป็นพิเศษในเรื่องของสาร ต้านอนุมูลอิสระ
ที่เรารู้จักดี คือ เบต้าแคโรทีน โดยธรรมชาติเมื่อเราอายุมากขึ้นหรือเกิน 22
ปีไปแล้ว ความเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มหยุดชะงัก ความเสื่อมในส่วนต่างๆ
ของร่างกายก็เริ่มมาเยือน ช่วงนี้เอง มี 2 สิ่งที่สำคัญเกิดขึ้นในร่างกายเราซึ่งก็คือ
เซลล์ในร่างกายทุกเซลล์ก็จะผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้น และส่วนที่สองคือ ความ
สามารถในการซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ พร้อมกันนั้น
ความสามารถในการจำกัดอนุมูลอิสระ ก็ลดลง ในกล้วยไข่ 1 ขีด มีสาร
เบต้าแคโรทีนถึง 492 มิลลิกรัม


แตงโม
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
แตงโมมีสารที่ว่ากันว่า ให้ความชุ่มชื้นต่อผิวที่แห้งผาก หรือผิวที่ร้อนระอุในช่วงหน้าร้อนเป็นอย่างดี และแตงโมนั้นก็ยังให้ความเย็นอยู่บนผิวของเราได้นานกว่าผลไม้ชนิดอื่น โดยวิธีการดังนี้เตรียมผ้ากรองชนิดบางขนาดผ้าพันแผล 2 ผืน เฉือนเนื้อแตงโมเป็นชิ้นบางๆ พอประมาณ วางลงระหว่างผ้าที่เตรียมไว้ โดยให้เนื้อแตงโมอยู่ระหว่างกลางผ้า 2 ชิ้น หลังจากนั้น นำมาวางปิดลงบนใบหน้าให้ทั่ว เว้นส่วนของรูจมูก ให้ผ้าและชิ้นแตงโมติดผิวหน้าและทุกส่วน ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด


มะละกอ

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
เป็นไม้ผลที่คนทั่วไปนิยมรับประทาน ผลดิบนำมาปรุงอาหาร
และผลสุกรับประทานสด น้ำมีรสหวานหอม มีวิตามินเอ และ
แคลเซี่ยมสูง มะละกอผลดิบมียาง มีสารเพคติน แคลเซี่ยม
วิตามินซี และอื่นๆ ผลสุก มีวิตามินเอสูง วิตามินซี สารเพคติน
เหล็ก แคลเซี่ยม และมีสาร Cerotenoid เป็นสาร
ที่ทำให้เนื้อมะละกอสุกมีสีส้ม ต้นมะละกอ ใช้เป็นยาขับประจำ
เดือน ลดไข้ ดอก ขับปัสสาวะ ราก แก้กลากเกลื้อน ยาง ช่วย
กัดแผล รักษาตาปลา หูด ฆ่าพยายธิ


ฝรั่ง

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
ทราบหรือไม่ว่าฝรั่ง 1 ขีด มีวิตามินซีสูงถึง 180 มิลลิกรัม วิตามิน
ซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน ที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณ
เต่งตึงไม่แก่ก่อนวัย และวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเจ้าตัวสาร
ต้านอนุมูลอิสระนี้เอง ที่ทำให้คอลลาเจน และอีลาสติเสื่อมสภาพ ผิวหนัง
เหี่ยวแห้ง เกิดริ้วรอยตีนกา วิตามินซีมีความสำคัญต่อการสร้างและบำรุง
เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เซลล์นับล้านตัวเกาะเกี่ยวกันเป็นร่างกายได้ด้วยเนื่อ
เยื่อที่เรียกว่า คอลลาเจนี มันคือ คอลลาเจนตัวเดียวกับคอลลาเจน ที่ทำ
ให้ผิวพรรณบนใบหน้าเต่งตึงนั่นเอง


ส้ม

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
แหล่งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรมชาติ การรับประทานส้มโดย
ไม่คายกากจะช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่ม
ท้องเร็ว เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักได้อย่างดีทีเดียว
นอกจากนี้ หากรู้สึกหิวก่อนเวลา แทนที่จะนึกถึงเค็กก้อนโต หรือ
โดนัทชิ้นใหญ่ ให้ลองหยิบส้มสักลูกเข้าปากแทนจะได้ประโยชน์
มากกว่าในราคาที่ถูกกว่า ผิวส้มมีน้ำมันหอมระเหย วิตามินซี
และสารอื่นๆ ใช้เป็นยา ผิวผลใช้สกัดทำทิงเจอร์สำหรับแต่งกลิ่นยา
และมีฤทธิ์ขับลม เปลือกส้ม ปรุงเป็นยาหอมแก้ลมวิงเวียน หน้ามืด
ตาลาย แก้ลมจุกเสียด แน่นเฟ้อ น้ำจากผล ให้วิตามินซี รับประทาน
ป้องกัน และรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน บำรุงร่างกาย แก้ไอ
และขับเสมหะ


แตงโม

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
แตงโมมีสารที่ว่ากันว่า ให้ความชุ่มชื้นต่อผิวที่แห้งผาก หรือผิวที่ร้อนระอุในช่วงหน้าร้อนเป็นอย่างดี และแตงโมนั้นก็ยังให้ความเย็นอยู่บนผิวของเราได้นานกว่าผลไม้ชนิดอื่น โดยวิธีการดังนี้เตรียมผ้ากรองชนิดบางขนาดผ้าพันแผล 2 ผืน เฉือนเนื้อแตงโมเป็นชิ้นบางๆ พอประมาณ วางลงระหว่างผ้าที่เตรียมไว้ โดยให้เนื้อแตงโมอยู่ระหว่างกลางผ้า 2 ชิ้น หลังจากนั้น นำมาวางปิดลงบนใบหน้าให้ทั่ว เว้นส่วนของรูจมูก ให้ผ้าและชิ้นแตงโมติดผิวหน้าและทุกส่วน ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด


เงาะ

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
เปลือกผลเงาะนำมาต้มกินน้ำ เป็นยาแก้อักเสบ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
รักษาอาการอักเสบในช่องปาก และโรคบิดท้องร่วง มีข้อควรระวัง
อย่าหนึ่งคือเม็ดในของเงาะ มีพิษ แม้ว่าจะเอาไปคั่วจนสุกแล้ว
แต่ถ้ากินมากเกินไปจะมีอาการปวดท้องเวียนศรีษะมีไข้ คลื่นไส้
อาเจียน ดังนั้นเม็ดเราไม่ควรจะรับประทาน


มะม่วง

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
ผลรสเปรี้ยว ชุ่มเย็น ใช้บำรุงกระเพาะอาหาร แก้คลื่นไส้ อาเจียน
วิงเวียน กระหายน้ำและขับปัสสาวะ ยางจากลูกและต้นผสมน้ำส้ม
หรือน้ำมันแก้คัน ดอกมะม่วง รับประทานแก้ท้องร่วง และเบาหวาน
แก้บิดเรื้องรัง กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และหนองใน เมล็ด รสเปรี้ยว
ชุ่ม สุขุม แก้ไส้เลื่อน ท้องอืดแน่น และขับพยาธิ ใบอ่อนและเปลือก
ชงน้ำร้อนกินแก้ปวด อมบ้วนปากแก้เจ็บคอ ปวดฟัน เจ็บเหงือก
แต่ใบแก่จัดมีสารพิษ


มะเฟือง
เป็นผลไม้ ทรงรูปไข่ มีสันเป็นพูตามความยาว 3-5 เส้น เมื่อผ่าตามขวางจะเป็นรูปคล้ายดาว ผิวผลค่อนข้างเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีเหลือง เนื้อชุ่มน้ำ รสเปรี้ยวหรือหวานแล้วแต่พันธุ์ มะเฟืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ชอบอากาศร้อนชื้น ลักษณะของผลมะเฟืองเป็นพูลึก ก้นแหลมเป็นร่อง ผิวใสมัน

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
เนื้อมะเฟือง มี น้ำมาก มะเฟืองทีทั้งประเภทรสหวานและรสเปรี้ยว มะเฟืองเป็นไม่พุ่ม เมื่อปลูกในกระถางจะเป็นไม้ประดับ มะเฟืองดิบนำมาทำเป็นผักประดับจานสลัดได้ มะเฟืองสุกพันธุ์รสหวานนิยมกินสดเป็นผลไม้ นำมาแปรรูปทำเป็นแยม เยลลี่ ดอง กวน แช่อิ่ม ทำน้ำมะเฟือง ผลมะเฟืองนำไปขจัดสนิมเหล็กได้ สรรพคุณของมะเฟือง ใบยอด บดทาตามตัวรักษาอีสุกอีใส แก้ขี้กลาก ใบต้มแก้ไข้ ผลเป็นยาระบาย ลดอาการอักเสบ ฟอกโลหิต ขับปัสสาวะ ใช้ดอก เป็นยาขับพยาธิ ใบและรากแก้ไข้ ผลขับเสมหะขับปัสสาวะ ขับเลือดเสีย คุณค่าทางอาหาร ให้คาโบไฮเดรต วิตามินซี
แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส


องุ่น
เป็น ผลไม้ที่มีรสชาติดี ทั้งรสหวาน เปรี้ยว มีขายทั่วไป ปลูกกันมากกว่า 5000 ปี สามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาว เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว และเขตร้อน
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
องุ่น เป็นอาหารบำรุงร่างกายอีกชนิดหนึ่ง นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหาร ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีหลายชนิด สารอาหารที่สำคัญ คือน้ำตาล และสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์อีกประมาณ 7-8 ชนิด น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโคส วิตามินซี นอกจากนี้ยังมีเหล็ก และแคลเซี่ยม
องุ่นยังสามารถนำไปทำเหล้าองุ่น ซึ่งเป็นเหล้าบำรุง ส่วนเครือและราก ใช้เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ รักษาโรคไขข้ออักเสบ ปวดเอ็นกระดูก และมีฤทธิ์ระงับประสาท แก้ปวด แก้อาเจียนอีกด้วย
การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง คนที่ร่างกายผอมแห้ง แรงน้อย แก่ก่อนวัย ไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ารับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยเสริมทำให้ร่างกายค่อยๆแข็งแรงขึ้นได้


มังคุด
เป็น ไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ ชอบอากาศชื้น ที่สำคัญควรเลือกพื้นที่ปลูกที่มีน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง มังคุดเป็นผลไม้ที่มีระบบรากหาอาหาร ค่อนข้างลึกประมาณ 90-120 ซม. จากผิวดิน ดังนั้น จึงต้องการสภาพแล้งก่อนออกดอกค่อนข้างนาน โดยต้นมังคุดที่สมบรูณ์ ใบยอดมีอายุระหว่าง 9-12 สัปดาห์ เมื่อผ่านช่วงแล้งติดต่อกัน 21-30 วัน และมีการกระตุ้นน้ำถูกวิธี มังคุดจะออกดอก

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
สารสกัด มังคุด มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุอาการท้องเสีย สารที่พบมากที่เปลือกคือ tannin มีฤทธิ์ฝาดสมาน จึงช่วยแก้อาการท้องเสีย นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุการเกิดหนอง และยังรักษาแผลได้อีกด้วย

การใช้มังคุครักษาอาการท้องเสีย คือ
1. ใช้เปลือกผลตากแห้ง ต้มกับน้ำปูนใส นำน้ำมาดื่ม
2. ใช้ผลตากแห้งฝนกับน้ำดื่ม
3. ใช้เปลือกตากแห้งมาฝนกับน้ำดื่ม ให้เด็กดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชม. และผู้ใหญ่ ครั้งละ 4 ช้อนชา ทุก 4 ชม.


สับประรด
เป็น พืชล้มลุก อายุหลายปี สูง 90-100 ซม. มีลำต้นใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันถี่มาก รอบต้นกว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ออกจากกลางต้น มีดอกย่อยจำนวนมาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีตารอบผล มีใบเป็นกระจุกที่ปลายผล

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
รักษา แผลเป็นหนองได้ โดยนำผลสดๆมาคั้นเอาแต่น้ำ ชโลมแผล เอนไซม์จะช่วยย่อยกัดเนื้อเยื่อ และหนองให้หลุด ยังใช้แก้ท้องผูกได้อีกด้วย โดยนำผลสดมาคั้นเอาน้ำ 1 แก้ว อาจผสมกับน้ำสุก 1 แก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มตอนท้องว่าง หรืออาจจะใช้เหง้าสดๆ ประมาณ 200 กรัม หรือแห้ง 100 กรัม ต้มน้ำ 2 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ครั้งละ 1 ถ้วยชา นอกจากนี้สับประรดยังสามารถแก้ปัสสาวะไม่ออก และช่วยย่อยอาหารได้ดีอีกด้วย



แอปเปิ้ล

เป็น พืชล้มลุกอายุหลายปี สูง 90-100 ซม. มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเลี้ยงเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันถี่มาก รอบต้น กว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
มี สารสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้ยใยไฟเบอร์ ชนิละลายน้ำ ที่ชื่อ เพคติน แต่ที่น่าสนใจสำคัญสำหรับผู้หญิงคือ เพคติน นี้มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และลดโคเลสเตอรอล
แอปเปิ้ลช่วยลดความหิวได้ เพราะแอปเปิ้ลมีแป้งและน้ำตาล ในรูปแบบของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 เปอร์เซนต์ ทำให้ร่างกายสามารถดูดซับน้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้เร็ว และนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลง ทำให้ไม่รู้สึกหงุดหงิด หรือ อ่อนเพลีย
แอปเปิ้ล 2-3 ผลต่อวัน จะช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ เพราะแอปเปิ้ลมีเพคติน ซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ผลจากการวิฉัยชี้ให้เห็นว่า ทางเดินอาหารย่อยสลายไขมัน และแยกโคเลสเตอรอลออกมาเสร็จสิ้นแล้ว เพคตินจากแอปเปิ้ลจะคอยดักจับโคเลสเตอรอลเหล่านั้น พาไปทิ้งก่อนที่จะถูกดูดกลับเข้าร่างกาย


ลักษณะ ของพืช ต้นชมพู่เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางทรงพุ่ม ใบหนาเป็นมัน โตพอสมควร ดอกจะบานออกมาเป็นฝอยฟูคล้ายกับดอกกระถิน มีสีขาว สีเขียวใบไม้ สีชมพูอ่อนๆผสมผสานกันอยู่ ผลชมพู่ลักษณะกลมแป้น สีเขียวทางขั้วเล็ก เมล็ดในเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีเยื่อใยฟูนิ่มอยู่ภายนอก

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
รส และสรรพคุณยาไทย เอาเนื้อมาทำเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้เกิดความสดชื่นหอม โดยการเอาเนื้อชมพู่แห้งมาบดหรือรับประทานสดก็ได้ จะเกิดความสดชื่นขึ้นมาทันที สามารถนำมาบำรุงหัวใจได้มาก เพราะชมพู่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ


“แก้วมังกร” ผลไม้เพื่อสุขภาพ

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานอร่อยและ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แคลอรี่ต่ำอุดมไปด้วยวิตามินซี แมกนีเซียมและแคลเซี่ยม แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง เมล็ดสีดำเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่วไปในผลแก้วมังกรจะอุดมไปด้วยไขมันที่ไม่อิ่มตัวซึ่งช่วย ต่อต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น แก้วมังกรจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน

สรรพคุณของแก้วมังกรอีกอย่างหนึ่งคือใช้ เป็นผลไม้เสริมสุขภาพและความงาม ใช้บริโภคเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนักเนื่องจากเมื่อกินแก้วมังกรแล้วจะ รู้สึกอิ่มและในผลแก้วมังกรก็มีกากใยสูงประกอบกับให้แคลอรี่ต่ำจึงนิยมใช้ บริโภคเพื่อลดน้ำหนัก

แก้วมังกรเป็นพืชในตระกูลกระบองเพชรซึ่ง มีสารที่มีประโยชน์คือมิวซิเลจ(Mucilage) ที่มีลักษณะคล้ายวุ้นเจลช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย ควบคุมระดับกลูโคสในคนที่เป็นโรคเบาหวาน(ชนิดไม่พึ่งอินซูลิน)ได้ แก้วมังกรยังมีประโยชน์ในการบรรเทาโรคโลหิตจางช่วยเพิ่มธาตุเหล็กให้แก่ร่าง กาย นอกจากนี้ผลแก้วมังกรยังมีสรรพคุณในการป้องกันโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้และต่อมลูกหมาก เบาหวาน ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของกระดูกและฟัน

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีทั้งสรรพคุณทางยา คุณค่าทางโภชนาการหากรู้จักกินเป็นอาหารรักษาโรค(เภสัชโภชนา)แล้วยังมี ประโยชน์ต่อสุขภาพกับความงาม(ผิวพรรณและการลดน้ำหนัก)อีกด้วย จนอาจพูดได้ว่า แก้วมังกรเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเดียวกับผลไม้ ชนิดอื่นๆ เช่น มะละกอ ส้ม กล้วย ฯลฯ ดังนั้นหากเรารู้จักเลือกรับประทาน”ผลไม้เพื่อสุขภาพ”ให้ถูกต้องย่อมเกิด ผลดีกับร่างกายอย่างแน่นอน แต่วิธีการกินผลไม้ที่ถูกต้องก็คล้ายกับการกินอาหารนั่นคือต้องกินให้หลาก หลายจึงจะได้รับสารอาหารและประโยชน์อย่างครบถ้วน การกินผลไม้ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน ไม่ใช่พอรู้ว่าแก้วมังกรมีประโยชน์และดีต่อสุขภาพมากมายหลายประการแล้วก็ พยายามหาและกินเฉพาะแก้วมังกรเท่านั้นผลไม้อื่นที่นอกเหนือจากแก้วมังกรแล้ว ไม่ยอมกินเลย ถ้าทำอย่างนี้จะไม่ได้รับประโยชน์จากการกินผลไม้ที่ถูกต้องเรียกว่า “กินไม่เป็น” ดังนั้นให้เดินทางสายกลางคือกินแต่พอดีจะดีที่สุด.


ทับทิม  

ได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยา รักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้วในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือกันว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ซึ่งในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและเคเลี่ยม มีผลดีอย่างมากในระบบฟอกโลหิต และระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ทั้งนี้ ในผลทับทิมยังมีสารที่มีลักษณะใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรี ซึ่งสารนี้จะช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน บำรุงผิวพรรณให้สดใส ลดระดับโคเลสเตอรอลและไขมันในเส้นเลือด และในทับทิมยังมีกรดอะมิโน 2 ชนิด คือ กรดกลูตามิน และกรดแอสบารากิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มนอร์อะดรีนาลิน ทำให้สมองกระฉับกระเฉงขึ้น ทั้งยังช่วยแก้กระหาย แก้ร้อนใน กรดเอแร็คมีประโยชน์ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

มะพร้าว
มีบทบาทเสริมสุขภาพให้แกร่งขึ้น มะพร้าวมีไขมันและโปรตีนมาก ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามะพร้าวมีบทบาทแก้ร้อนใน แต่ความเข้าใจเช่นนี้ไม่ค่อยถูกต้อง เพราะกินมะพร้าวแล้ว จะสามารถช่วยเสริมสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับให้คนที่อ่อนเพลียรับประทาน โดยเฉพาะเอาเนื้อมะพร้าว ข้าวเหนียวตุ๋นกับไก่ จะได้ผลบำรุงร่างกายที่ดี แต่สำหรับคนที่ชอบกินอาหารทอด นอนดึก ปากแห้งและอารมณ์ไม่ค่อยดีนั้น ไม่ควรกินมะพร้าวมาก
บลูเบอร์รี่
 บลูเบอร์รี่ช่วยลดคลอเลสเตอรอล  จาก การศึกษาล่าสุดเมื่อไม่นานนี้ พบสารอาหารในผลบลูเบอร์รี่มีฤทธิ์สามารถลดระดับคลอเลสเตอรอลได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นักวิจัยด้านเคมี Agnes Rimando จากสถาบัน U.S. Department of Agriculture กล่าวว่า สารอาหารที่ว่านี้มีชื่อว่า pterostilbene ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ทำให้มีผลในการลดคลอเลสเตอรอลในร่างกาย และเชื่อว่าน่าจะนำมาพัฒนาเป็นยา เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย ที่มีปัญหาเรื่องคลอเลสเตอรอลสูง

 ส้มโอ
มีธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม มีกรดอินทรีย์ วิตามินซี เอ และบี มีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส ขับลมในกระเพาะอาหาร รสขมของส้มโอให้สารเพคตินสูงช่วยในการขจัดไขมันสะสมในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง
ลูกพีช
     ลูกพีชเป็นผลไม้ ที่มีสีเหลืองอมส้ม ซึ่งผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีส้มจะมีวิตามินเอสูงมาก หน้าที่สำคัญของวิตามินเอ ช่วยในการควบคุมการทำงานของ Rod cells และ Cone cells ใน Retina บำรุงรักษาเซลล์ชนิดบุผิว ของอวัยวะต่าง ๆ วิตามินเอมีบทบาทในการสร้างกระดูกและฟัน และระบบสืบพันธุ์ สารสีเหลืองที่มีอยู่ในลูกพีช มีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อว่า เบต้าคริบโตแซนทิน ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลาย ช่วยบำรุงหัวใจและกระเพาะอาหาร เป็นยาระบายอ่อน ๆ ในผลลูกพีชยังมีเกลือแร่โบรอน ซึ่งทำให้สมองกระฉับกระเฉงและกระปรี้กระเปร่า ถ้าได้รับเกลือแร่โบรอนในปริมาณต่ำ จะทำให้สมองทำงานช้าลงและสมาธิสั้น
แหล่งที่มาhttp://www.zazana.com

ผลไม้พื้นเมืองภาคใต้ ความสุขที่คุณเด็ดได้

18 Dec
ผล ไม้พื้นเมืองส่วนมากไม่ใช่ของที่จะกินจริงจังหรือเป็นพันธุ์ที่ดีเลิศ แต่สำคัญตรงที่มันหาไม่ยาก สะดวกซื้อ ประหยัดทรัพย์ ปราศจากสารพิษตกค้าง ยามเราได้กลืนกินลูกหว้า ตะขบ ละไม เรามิได้กลืนกินความหรูหราหรือรสนิยมเข้าไปด้วย หากเป็นวัยเด็ก ความสนุก วิถีการดำรงชีพแบบไทย ๆ ที่ผสานสัมพันธ์กับธรรมชาติของคนรุ่นก่อน เป็นการกินอย่างมีความสุข ซึ่งบัดนี้มีแต่จะห่างหายไป
เดือย, มะเดื่อ
ผลเต็ม ๆ ขนาดเท่าส้มเขียวหวาน เมื่อสุกเปลือกจะนิ่มและช้ำง่ายฟ
มะม่วงหิมพานต์, กาหยู, ยาร่วง, เล็ดล่อ, หัวครก
ไม้ ร้อยชื่อ ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนตั้งแต่ราก ลำต้น ใบ ผล และเนื้อในเม็ด ผลสุกมีรสหวานหอมแปลก ๆ ที่คนรุ่นเก่าโปรดปราน เนื้อในเม็ดคั่วหรืออบกินอร่อย ให้พลังงาน โปรตีน และแคลเซียมสูงกว่าผลไม้อื่นใด ถ้าอยากชิมผลอย่าไปช้ากว่าเดือนเมษายน
มะดัน
ไม้ป่าที่นำมาปลูกกันทั่วไปให้ผลตลอดปี จะกินผลดิบหรือดองก็ได้สรรพคุณ บำรุงโลหิต ขับเสมหะ ระบายอ่อน ๆ
ตะขบ
พื้นเพเดิมว่ากันว่าเป็นของอเมริกาใต้ แต่กลายมาเป็นยอดผลไม้ของเด็กไทย ปลูกทั่วไปแต่เชียงใหม่ยันนราธิวาสนานแล้ว ผลดิบสีเขียว สุกเปลี่ยนเป็นสีแดง และเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีม่วงคล้ำ รสหวานจัด ให้ผลตลอดปี
มะม่วงเบา
มะม่วงพันธุ์เล็ก วางขายเป็นพวงตามตลาดปักษ์ใต้ พวงละ 10 บาท กินกับน้ำปลาหวานดีที่สุด
มะกอกป่า
ผลคล้ายมะกอกฝรั่งแต่เล็กกว่า รสฝาด ซ่าลิ้น ส่วนมากกินใบและยอดใช้เหนาะขนมจีน คนอีสานฝานผลใส่ส้มตำสรรพคุณ แก้บิด แก้โรคธาตุพิการเพราะน้ำดีไม่ปกติ
กำไร, จำปูไร
หรือมะไฟลิง ผลไม้กลุ่มมะไฟที่รสชาติวิเศษ ยามสุกเปลือกผลสีเหลืองส้มจะแตกออกง่าย ๆ เนื้อสีส้มสวยงาม ถ้าจะหากินไม่ควรเข้าหมู่บ้านล่ากว่ากันยายน
ฝรั่งบ้าน, ฝรั่งขี้นก
หรือ “ย่าหมู” ของคนแถบชุมพร ระนอง เป็นฝรั่งรสอร่อยที่ทุกวันนี้หากินยากเหลือเกิน
เงาะบ้าน
คนปักษ์ใต้กินเงาะสองสามชนิดคือ เงาะโรงเรียนกับเงาะบ้าน เงาะบ้านเป็นเงาะพื้นเมืองที่กระเถิบจากเงาะป่าหรือลูกลวนขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังนับว่ามีเยื่อน้อย ไม่หวานล่อนเหมือนเงาะโรงเรียน ชาวบ้านชอบเพราะรสชาติ “ดิบ ๆ” ราคาถูก สำหรับคุณที่ไม่ใช่ชาวบ้านเสมือนเป็น “ทางเลือก” ของคนที่ไม่ชอบเหมือนใคร
มะเฟือง
ผลไม้รูปทรงมีดีไซน์ บางต้นหวาน บางต้นเปรี้ยว แต่ฝานกินได้ทั้งผลสุกและดิบ ฝรั่งใส่มะเฟืองใส่สลัดและอธิบายว่ารสเหมือนลูกพลัม สับปะรด มะนาว รวมกัน แถบริมน้ำโขงกินแกล้มแหนมเนือง สุดอร่อย
มะเม่า, สัมเม่า
ไม้ขนาดกลาง พบในป่าดิบแล้งทั่วประเทศ นายแพทย์ท่านหนึ่งบอกว่า อาจมีส่วนหยุดยั้งโรคเอดส์ แต่ก็ต้องวิจัยกันต่อไป ผลมะเม่ามีขนาดใหญ่กว่าหัวไม้ขีดเล็กน้อย กินผลสุกสีดำ (ตอนปลายฤดูฝน) แต่ผลดิบสีเขียวรสเปรี้ยวจัด เด็ก ๆ ก็ชอบ
ลางสาดขาว
จากเทือกเขานครศรีธรรมราช รสหวานอมเปรี้ยวแบบที่ชาวบ้านนิยม แม้ไม่อาจเทียบเคียงกับลางสาดลิปะน้อย อำเภอเกาะสมุย ที่ว่ากันว่ารสชาติดีที่สุดก็ตาม ลางสาดขาวราคาต่ำกว่าลองกองถึงสองในสาม
มะกอกฝรั่ง
เป็นมะกอกชนิดที่ผลได้น้ำได้เนื้อที่สุด เราพบมันได้ตามรถเข็นผลไม้ตลอดทั้งปี
ละไม
ญาติที่ใกล้ชิดของมะไฟ มีมากแถบยะลา ปัตตานี นราธิวาส และพบได้ทั่วไปในตลาดภาคกลาง และอีสาน ช่วงเดือนสิงหาคม
กะทกรก, รกช้าง
พบทั่วไปในป่าทุกประเภท โดยเฉพาะที่โล่งริมทาง ผลสุกสีเหลืองส้ม ข้างในมีเม็ดเกาะที่ผนังด้านข้างของผล รสหวานหอม
กล้วยเล็บมือนาง
คนนครฯ เรียกชื่อไปคนละทางว่า “กล้วยกินดิบ” วางขายมากรายทางช่วง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
มังคุด
พืชพื้นเมืองคาบสมุทรมลายูขึ้นได้ดีในที่ซึ่ง มีความชื้นสูง เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ไม่กลายพันธุ์ จึงไม่จำเป็นต้องเสาะหาพันธุ์แท้ ความที่มีดกดื่น ชาวนครฯ จึงเก็บลูกอ่อนแช่น้ำเกลือกินเรียกว่า มังคุดคัด
มะขาม
ไม้มงคลอายุยืน มีอยู่ทั่วทุกภาคของไทย ฝักอ่อนรสเปรี้ยวจี๊ด บางคนชอบเก็บมาจิ้มกะปิสรรพคุณ ดีต่อสุขภาพเหงือกและฟัน เป็นยาระบายอ่อน ๆ
มะขามป้อม
ชอบปลูกตามวัดหรือโรงเรียน คนเดินป่ารู้จักดี เพราะตอนกินรสฝาด พอกลืนน้ำลายหรือดื่มน้ำตามจะชุ่มคอสรรพคุณ คล้ายสมอไทย
ตะลิงปลิง, มูงมัง (เกาะสมุย)
ผัก-ผลไม้ ที่อยู่ตรงกลางระหว่างมะเฟืองกับมะดัน กินดิบแบบมะเฟืองได้ แต่นิยมใช้ประกอบอาหารคาว และขึ้นชื่อลือชาในการตำน้ำพริกสรรพคุณ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร ลดไข้
ชับพลา, พลับพลา
ไม้ป่าจากกระบี่ พอสุกสีดำจะหวานเด็ก ๆ เก็บลูกสดใส่ปืนกระบอกไม้ไผ่ไล่ยิงกัน เรียกว่า “ชับโพล่ง”
ลองกอง
ผลไม้พื้นเมืองสกุลนี้ที่มีหน้าตาคล้ายกันมี อยู่ไม่น้อยกว่าหกชนิด ฉะนั้นก่อนควักกระเป๋าพึงระวังให้จงหนัก ลองกองเมื่อบีบ (ปอก) แทบไม่พบยาง เนื้อแต่ละกลีบจะล่อน ไม่มีเยื่อหุ้มเนื้อ รสหวาน เม็ดน้อยมาก
หลุมพี
น้อยคนจะมีโอกาสเห็นต้นและผล เพราะขึ้นอยู่ตามป่าพรุ ป่าที่ราบต่ำ คล้ายระกำ แต่เปลือกผลมีสีแดงเลือดหมู และไม่มีหนาม รสเปรี้ยวติดอันดับโลก นิยมนำมาดองกินจิ้มพริกเกลือ
หลุมพี
ปอกเปลือกแล้วสีเนื้อในคล้ายระกำ แต่มีขนาดเล็กและกลมกว่า
จำปาดะ, จำปา
ที่เห็นว่าจำปาดะต่างจากขนุนชัดเจนก็ คือ สามารถปอกเปลือกโดยกรีดแล้วใช้มือจับขั้วผลดึงเนื้อในรวมทั้งเม็ดให้หลุดออก มาทั้งยวง ดังภาพ แต่ขนุนไม่สามารถทำเช่นนี้ได้
จำปาดะ
ทรงผลกลมยาว เปลือกผลบางและขนาดเล็กกว่าขนุน ยวงบางและค่อนข้างเหลว รสหวานแหลม กลิ่นฉุนจัดกว่าขนุน เม็ดนำมาต้มเกลือกินหรือชุบแป้งทอดทั้งยวงทั้งเม็ด จำปาขึ้นชื่อคือที่สตูล และเกาะยอ สงขลา
ลูกสาย
จากเทือกเขานครศรีธรรมราช ขึ้นอยู่ตามริมธารในป่าดิบ ผลสุกมีสีดำ เปลือกแข็งหนา เนื้อและรสชาติของลูกสายออกจะคล้ายลำใย แต่อร่อยน้อยกว่า ชาวป่าบอกว่าค้างคาวแม่ไก่ชอบกิน
นมควาย, หมากพิพ่าน (อีสาน)
ไม้เถากลุ่มเดียวกับนมวัวและกล้วยมูสัง ขึ้นในป่าผลัดใบและป่าดิบแล้งทั่วประเทศ ผลสุกราวเดือนมิถุนายน-ตุลาคม รสเปรี้ยวอมหวาน
ระกำ
ออกผลเป็นทะลายตามต้น บางต้นเปรี้ยว บางต้นหวาน โดยคนพื้นถิ่นจะรู้ได้จากกลิ่นถ้าหวาน พอสุกไปยืนใกล้ต้นจะหอมหวาน แต่ถ้าเปรี้ยวจะหอมเปรี้ยว
ลูกก่อ
ไม้จำพวกก่อในประเทศไทย พบมากกว่า 80 ชนิด แต่ที่นิยมกินผลได้แก่ ก่อแป้น ก่อเดือย และก่อแซะ ผลแก่ใช้เป็นอาหารได้ราวเดือนพฤศจิกายน วิธีการคือนำเม็ดมาต้มหรือคั่วให้สุกแล้วกินเนื้อในเมล็ด
มะมุด
พืชสกุลเดียวกับมะม่วง กินทั้งผลสุกและดิบเหมือนกัน แต่กลิ่นหอมฉุนและเนื้อเป็นเสี้ยนกว่า คนใต้นิยมนำผลดิบมายำหรือแกงส้ม ผลสุกช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน
ลูกหวาย
ผลของต้นหวาย เนื้อหรือที่คนปักษ์ใต้เรียก “เยื่อ” มีน้อย รสออกเปรี้ยว ฝาด เหมาะจะกินเล่น
ลางสาดเขา
จากเทือกเขานครศรีธรรมราชเช่นกัน ภายนอกคล้องลองกอง แต่สีออกน้ำตาลกว่า เปลือกค่อนข้างหนา เนื้อหวานหอม ชาวสวนมักนำมาเป็นต้นตอของลองกอง
ทุเรียนบ้าน
ผลเล็กกว่าทุเรียนพันธุ์และค่อนข้างกลม พบได้ทั่วภาคใต้ ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เนื้อน้อย แต่รสหวานแบบที่คนใต้โปรดปรานนำไปทำทุเรียนกวนก็อร่อย
มะกอกน้ำ
ผลทรงยาวรี เนื้อมีรสเปรี้ยว มักนำไปดองหรือเชื่อม
มะขวิด
ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไป นิยมปลูกตามบ้านสวนหรือวัด ผลกลมโตกว่ากำปั้นผู้ชาย เปลือกนอกแข็ง ขนาดเวลากินต้องเขวี้ยงพื้น เนื้อในสีน้ำตาลไหม้ รสเปรี้ยวอมหวาน
มะขามเทศ
“นำเข้า” จากทวีปอเมริกามาปลูกแพร่หลายในย่านนี้ จนเหมารวมเรียกว่าเป็นผลไม้พื้นเมืองเช่นเดียวกับผลไม้อีกหลายชนิด
เม็ดขนุนสำปะลอ
สำปะลอเป็นไม้ที่หาดูยากอีกชนิดหนึ่ง ลักษณะผลภายนอกคล้ายขนุนแต่เล็กกว่า เปลือกมีหนามแหลมเล็ก ๆ แต่นุ่มโดยรอบ ผลภายในคล้ายขนุน แต่ไม่มียวง ความจริงสำปะลอเป็นสาเก แต่เป็นชนิดมีเม็ด และเจ้าเม็ดนี่ละที่เราเอามาต้มกิน
ลูกลาน
หลังจากผ่าผลก็จะได้เนื้อหรือแป้งในเม็ดเป็นลูกกลม ๆ มักนำไปเชื่อมแบบลูกชิด
ลูกประ, กระ
ถิ่นกำเนิดคือเทือกเขานครศรีธรรมราช ผลมีเปลือกแข็ง เมื่อสุกจะแตกดัง “แป๊ะป๊ะ ๆ” กินเนื้อในเม็ดของผลโดยต้มแล้วดอง ภาคกลางใช้คั่ว
ลูกหยี
พันธุ์ผลใหญ่
ลูกหยี
ผลหยีสดหากินไม่ได้ง่ายนัก พบตามธารน้ำตก แถบนครศรีธรรมราช สงขลา ใครมีหยีสักสองต้นบนที่ดินถือว่าโชคดี เพราะราคาสูง
มะปริง
นิยมกินผลดิบทั้งในรูปผัก-ผลไม้ เด็ดจากต้นสด ๆ มาเหนาะแกงเผ็ดอร่อยนัก
ทุเรียนเทศ, ทุเรียนน้ำ
ผลคล้ายทุเรียน แต่เปลือกไม่มีหนามแหลม จัดอยู่ในจำพวกน้อยโหน่ง
ทุเรียนเทศ
ลักษณะเนื้อผล และเมล็ดไม่ต่างจากน้อยหน่า แต่รสอมเปรี้ยว และผลใหญ่กว่ามาก
จาก
ไม้จำพวกปาล์ม ขึ้นตามชายเลน เนื้อในขณะที่ยังไม่แข็ง มีรสหวาน กินสดได้ แต่เมื่อแก่จัดจะแข็งและมีแป้งมาก
ตารางคุณค่าอาหารของผลไม้พื้นเมืองชนิดต่าง ๆ ในส่วนที่กินได้ 100 กรัม
ผลไม้พื้นเมือง น้ำ
(ก.)
พลังงาน
(กคล.)
ไขมัน
(ก.)
คาร์โบ
ไฮเดรด
(ก.)
เส้นใย
(ก.)
โปรตีน
(ก.)
แคลเซียม
(มก.)
เหล็ก
(ม.ก.)
วิตามินเอ
(I.U.)
วิตามินบี 1
(I.U.)
วิตามินซี
(มก.)
กระท้อน 84.5 57 0.7 13.9 1.0 0.4 9 1.2 83 0.05 14
กล้วยเล็บ
มือนาง
79.2 72 0.2 18.0 0.2 1.8 10 1.3 133 0.03 8
เกาลัด, ก่อ 35.8 259 1.2 57.9 1.5 3.8 30 1.8 - 0.21 -
ขนุน, แก่ 72.9 94 0.3 23.7 0.9 1.7 27 0.6 392 0.09 9
เม็ดขนุน, ต้ม 58.8 161 0.2 34.8 1.2 5.0 37 0.7 - 0.08 8
เงาะ 82 64 0.1 16.5 1.1 1.0 20 1.9 - 0.01 53
ชมพู่ป่า 87 46 0.2 11.8 0.9 0.6 8 1.1 - - 5
แตงไทย, แก่ 96.1 12 - 2.3 0.3 0.8 11 0.3 1,042 0.02 17
ตะโก 73.6 99 - 24.5 1.5 0.3 19 0.4 - - 79
ตะลิงปลิง 92.5 27 0.3 6.3 0.6 0.6 5 0.6 175 0.02 35
ทุเรียน 66.8 124 1.6 28.3 1.4 2.5 20 0.9 17 0.27 37
ทุเรียนเทศ 83.2 59 0.2 15.1 0.6 1.0 14 0.5 - 0.08 24
ฝรั่ง 80.7 51 0.1 11.6 6.0 0.9 13 0.5 89 0.06 160
พุทรา 76.9 82 0.4 20.5 1.1 1.6 37 0.8 67 0.03 46
มะกอกไทย 78.4 78 0.02 19.2 0.6 0.4 67 0.9 - 0.09 291
มะกอกน้ำ 75.8 86 0.3 22.3 0.5 1.0 14 0.9 375 0.09 49
มะขาม, ดิบ 79.5 71 0.1 17.2 0.8 2.4 58 0.7 17 0.15 12
มะขามเทศ 77.8 78 0.4 18.2 1.2 3.0 13 0.5 25 0.24 133
มะขามป้อม 84.1 58 0.5 14.3 2.4 0.7 29 0.5 100 0.03 276
มะเดื่อ 58.8 54 0.3 11.3 - 1.5 56 0.9 - 0.01 -
มะดัน 92.4 28 0.1 6.5 0.4 0.3 17 - 431 tr. 5
มะปราง, สุก 83 60 0.1 15.7 - 0.8 12 0.9 400 0.04 107
มะพูด 86.7 49 0.5 12.2 1.0 0.4 5 0.4 42 0.06 5
มะพร้าวอ่อน,
เนื้อ
84 77 3.6 10.3 0.4 1.4 42 1.0 - 0.04 6
มะเฟือง 92.3 28 0.4 6.7 1.0 0.3 8 0.9 267 0.05 38
มะไฟ, หวาน 82.7 66 - 15.9 0.3 0.5 7 3.3 - tr. 4
มะม่วง, ดิบ 82.9 60 0.4 15.3 0.4 0.6 10 0.2 183 0.06 62
มะม่วง
หิมพานต์, เนื้อ
85.4 53 0.4 13.1 0.4 0.8 7 0.6 83 0.02 198
เม็ดมะม่วง
หิมพานต์, คั่ว
3.3 597 44.6 30.5 0.4 18.5 35 2.0 - 0.39 -
มะยม 91.7 28 - 6.4 0.6 0.7 5 0.4 - 0.01 8
มะยง, สุก 85.2 57 - 13.8 0.3 0.4 3 0.7 - 0.02 25
มะละกอ, สุก 87.1 45 0.1 11.8 0.5 0.5 24 0.7 1,183 0.03 73
มังคุด 84.3 57 0.3 14.7 5.0 0.5 10 0.5 - 0.03 4
ระกำ 86.4 51 0.1 12.1 0.3 0.5 8 0.4 - - 6
ละมุดไทย 75.2 94 0.5 21.9 1.4 0.4 28 0.3 57 - 17
ลางสาด 84.2 55 0.1 14.2 0.8 0.9 12 0.9 - 0.08 2
ลูกกระทกรก 82 64 0.4 15.2 - 1.8 20 0.7 - 0.01 15
ลูกชิด 94.7 19 0.2 4.9 0.5 0.1 21 0.5 - tr. -
ลูกตะขบไทย 94.2 94 0.6 24.2 1.2 0.5 33 0.7 50 0.01 5
ลูกตาล 89.4 39 0.6 8.9 0.5 0.7 7 0.9 - 0.02 1
ลูกลาน 81 62 0.1 17.8 1.3 0.7 14 0.2 - 0.01 11
ลูกหวาย 79 79 1.2 18.6 0.5 0.6 19 1.7 - 0.06 5
ลูกหว้า 82.7 60 0.1 15.8 0.3 0.7 8 0.2 - tr. 23
สาเก, ต้ม 65.2 121 0.3 31.7 - 1.4 24 0.4 42 0.11 10

หมายเหตุ : ก. คือ กรัม, มก. คือ มิลลิกรัม, กคล. คือ กิโลแคลลอรี, IU คือ International Unit, tr คือ มีเล็กน้อย

tv_online apple

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.